Saturday, December 26, 2009

คุณสมศรี จอมบ้างาน

เรื่องเล่าขำขัน เรื่องตลก มุขตลก เรื่องน่าขำ หักมุมยิ้ม ตลกเชื้อชาติ

Mr.Somsree was an extremely busyman in the office,so much so that he summoned his peon to ask "Where is my pen?"
"On your ear,sir."
"Don't waste my time.Tell me on which ear it is placed."



คุณสมศรีเป็นคนมีธุระที่ยุ่งมากในสำนักงาน เพราะงานมากเขาจึงเรียกคนส่งหนังสือมาแล้วถามว่า "ปากกาของฉันอยู่ที่ใหน"
" อยู่ที่หูของท่านค่ะ "
" อย่าทำให้ฉันเสียเวลาได้ใหม บอกมาซิ ว่าอยู่หูข้างใหน"

ใครกลัว

เรื่องเล่าขำขัน เรื่องตลก มุขตลก เรื่องน่าขำ หักมุมยิ้ม ตลกเชื้อชาติ

เดฟ : พ่อของเรานะ มักจะกลัวเสมอเวลาข้ามถนน
แจค : ทำไมถึงว่าอย่างนั้นหล่ะ
เดฟ : ก็พ่อของผมมักจะจับแขนผมแน่น เวลาที่จะข้ามถนน

ยุงในถ้วยกาแฟ

เรื่องเล่าขำขัน เรื่องตลก มุขตลก เรื่องน่าขำ หักมุมยิ้ม ตลกเชื้อชาติ

Customer : "There's dead mosquito in the coffee."
Waiter : "Yes sir , I know. It's the heat that kills him."

ลูกค้า : มียุงตายในถ้วยกาแฟของผม
บริกร : ครับ ผมรู้ มันตายเพราะความร้อนหน่ะครับ


แหม๋ แบบ นี้มันน่าจริงๆ

คุณพ่อผู้โชคดี

เรื่องเล่าขำขัน เรื่องตลก มุขตลก เรื่องน่าขำ หักมุมยิ้ม ตลกเชื้อชาติ

Son : "Dad you are very lucky."
Father : "Why?"
Son : " This year you don't have to purchase any books,because I am in the same class."

ลูกชาย : คุณพ่อฮะ คุณพ่อโชคดีมากเลยครับ "
พ่อ : ทำไมเหรอลูก
ลูกชาย : ก็ปีนี้ พ่อ ไม่จำเป็นต้องซื้อหนังสือใหม่ให้ผม เพราะว่าผมเรียนอยู่ชั้นเดิมครับ

หนูทำอะไร

เรื่องเล่าขำขัน เรื่องตลก มุขตลก เรื่องน่าขำ หักมุมยิ้ม ตลกเชื้อชาติ

Father : "Did you children help your mother?"
First child : "I washed the dishes."
Second child : "I dried them."
Third child : "I picked up the prieces."

พ่อ : "เด็กๆ ช่วยคุณแม่หรือเปล่า"
ลูกคนแรก : " หนูช่วยแม่ล้างจานค่ะ"
ลูกคนที่สอง : " หนูช่วยเช็ดจานให้แห้งค่ะ"
ลูกคนที่สาม : " ผมช่วยเก็บเศษจานที่แตกครับ"

ยากแต่งงานกับใคร

เรื่องเล่าขำขัน เรื่องตลก มุขตลก เรื่องน่าขำ หักมุมยิ้ม ตลกเชื้อชาติ

A father asked his son, "Who do you propose to be married?"
Son : "Your mother!"
Father :"Why."
Son : "Because you married my mother."

พ่อถามลูกชายของเค้าว่า "ใครคือคนที่ลูกอยากขอแต่งงานด้วย"
ลูกชาย : " คุณแม่ของคุณพ่อ"
พ่อ : " ทำไมเหรอ"
ลูกชาย : " ก็เพราะว่าพ่อแต่งงานกับแม่ของผม"

ผมทนได้ครับพ่อ

เรื่องเล่าขำขัน เรื่องตลก มุขตลก เรื่องน่าขำ หักมุมยิ้ม ตลกเชื้อชาติ

Little Renu announced : "I want a rupee!"
Father : "You've no idea of the value of money.If I gave you a rupee, I'd only be hurting you."
Little Renu : "Go ahead, Daddy, I can stand to it."

หนูน้อย เรณู ร้องประกาศ : "ผมต้องการเงิน 1 รูปี"
พ่อ : "เธอยังไม่รู้จักคุณค่าของเงิน ถ้าพ่อให้เธอ 1 รูปี มันก็เท่ากับว่าพ่อ กำลังทำร้ายเธอ"
หนูน้อย เรณู : "เอาเลยครับพ่อ ผมทนได้"


สะอึกสะอื้น 1 รูปี

เรื่องเล่าขำขัน เรื่องตลก มุขตลก เรื่องน่าขำ หักมุมยิ้ม ตลกเชื้อชาติ

A child was weeping bitterly.His fater asked,"Whya are you weeping sonny?"
     "Give me a rupee first,then i'd tell you"
     "Here's you rupee.Now tell me."
     "I was crying for a rupee only."

แปล.
เด็กชาย กำลังร้องให้สะอึกสะอื้น อยู่ พ่อของเขา จึงเข้ามาถาม "ร้องให้ทำไมเหรอ ลูก"
"ให้ผม หนึ่ง รูปี ก่อน แล้ว ผมจะบอกพ่อ"
" อ่ะ เอาไป หนึ่งรูปี แล้วบอกพ่อมา"
"ผมร้องให้เพราะต้องการเงิน 1 รูปีครับ"

ฮือ ฮือ!

Friday, December 18, 2009

เอาให้แน่

เรื่องเล่าขำขัน เรื่องตลก มุขตลก เรื่องน่าขำ หักมุมยิ้ม ตลกเชื้อชาติ



เพื่อนเกลอสองคนเข้าไปเที่ยว ล่าสัตว์ในป่าแห่งหนึ่ง จู่เพื่อนคนหนึ่งก็ล้มลงตาเหลือกถลน อีกคนทำอะไรไม่ถูกจึงได้รีบโทรไปหาหน่วยกู้ภัย
โทษครับ เพื่อนผมตาย
ใจเย็นๆ ครับ แน่ใจหรือเปล่าครับ ว่าเพื่อนคุณตายแล้ว
เสียงเงียบไป สักครู่ มีเสียงปืนดัง โป้ง ผ่านโทรศัพท์
ครับผมแน่ใจแล้วครับ

เฮ้อ.......

Friday, December 11, 2009

เหม็นมาก

เรื่องเล่าขำ เรื่องตลก มุขตลก เรื่องน่าขำ หักมุมยิ้ม


Riding on a bus,a man was reading a newspaper article about life-expectancy statistics. Turning to the man beside him,he asked,"Did you know that every time Ibreathe,someone dies?"

"That's interesting," he answered, "Have you ever tried mouth wash?"


ขณะที่นั่งอยู่บนรถประจำทาง ชายคนหนึ่งนั่งอ่านบทความหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับสถิติช่วงอายุอยู่ สักพักเขาหันไปหาชายที่นั่งข้างๆและถามว่า "คุณรู้ใหมว่าทุกครั้งที่ผมหายใจจะมีคนตายหนึ่งคน"

"ดูน่าสนใจทีเดียว" ชายคนที่สองตอบ "ว่าแต่ว่าคุณเคยลองใช้น้ำยาบ้วนปากดูหรือยัง"

ป้าด อะไรจะขนาดน้านนนนน:

มุข : ที่จริงชายคนที่สองเข้าใจผิด ความหมายของชายคนแรกคือ สถิติของการตาย อาจจะหมายถึงในโลกนี้หรือว่าในประเทศที่เขาอยู่เนี่ย สูงมาก ถึงขนาดว่าเท่ากับอัตราการหายใจ หนึ่งครั้งเลยที่เดียว แต่คนที่สองเข้าใจผิดว่า คนที่ตาย ตายเพราะว่ากลิ่นปากของชายคนที่พูดอยู่นี้ เลย แนะนำให้ลองใช้น้ำยาบ้วนปากดู 555

นายเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ



Two men met on Fifth Avenue,and one yelled,"Say,Frank,I haven't seen you for years.Golly,you've changed.You used to be fat and now you're thin .You used to have hair,now you're bald.You never had beard,now you have one.You were tall,but now you seem shorter----golly,how you've change,Frank"

The other says,"My name isn't Frank."
And the first replies, "Oh,you've changed you name."

ชายสองคนเจอกันที่ ฟิฟธ์ แอเวนู ชายคนหนึ่งร้องตะโกนขึ้นว่า "เฮ้ย แฟรงค์ ไม่ได้เจอกันนานหลายปี แม่เจ้าโว้ย แกเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ แกเคยอ้วนแต่เดี๋ยวนี่แกผอม แกเคยมีผมแต่ตอนนี้แกหัวล้าน แกไม่เคยมีเคราแต่ตอนนี้แกก็มี แกเคยสูงแต่ตอนนี้แกดูเตี้ยลง พับผ่าเถอะ แกเปลี่ยนไปมากจริงๆนะแฟรงค์"
ชายอีกคนหนึ่งตอบ "อ่อ ผมไม่ใช่ชื่อ แฟรงค์"
ชายคนแรก "เฮ้ย นี่แกเปลี่ยนชื่อด้วยเหรอนี่"

****--------- นี่แกล้งจำผิดหรือว่าอะไรกันเนี่ย 55

คนไข้จอมซื่อ 1



The doctor gave strict instructions to his patient:
"No starches,no sweets,and you can only smoke one cigar a day"
A week later he returned looking worse than ever.His face was almost green.
"What happend?" ask the doctor."You and your lousy instructions!"
the patient cried. "I cut out the starches and sweets,but that one cigar a day darn near killed me. I never smoked before in my life."

คุณหมอไอ้ออกคำสั่งเด็ดขาดแก่คนไข้ของเขาว่า "งดแป้ง งดของหวาน และคุณจะสูบบุหรี่ได้เพียงวันละ 1 มวนเท่านั้น"
อีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมา คนไข้รายนี้ก็กลับมาพบหมออีกครั้งในสภาพที่แย่กว่าที่เคย ใบหน้าของเขาดูเซียดเซียว
"เกิดอะไรขี้น"หมอถาม
"ก็หมอและคำสั่งเฮงซวยของหมอล่ะซิ" คนไข้ตะโกนตอบ
"ผมงดแป้งและของหวานอย่างที่หมอสั่ง แต่ไอ้การสูบบุหรี่วันละมวนี่ซิมันเกือบจะฆ่าผมรู้ใหม เพราะในชีวิตของผม ผมไม่เคยสูบบุหรี่เลย"

สองเกลอ กับหมี



ชายสองเพื่อนกันเดินเข้าไปเที่ยวในป่าเพื่อหาของป่าทันใดนั้นก็มีหมี ท่าทางดุร้ายตัวหนึ่ง ตรงจะเข้ามาทำร้ายด้วยความที่กลัว ชายคนแรก ก็วิ่งปีนหนีขึ้นไปบนต้นไม้อย่างรวดเร็วส่วนคนที่สองร่างกายอ่อนแอ ไม่รู้จะวิ่งหนีไปใหน จำได้ว่าถ้าเจอหมีให้แกล้งตาย จึงล้มต้วลงนอนกับพื้น แล้วเมื่อเจ้าหมีเข้ามาไกล ชายคนนี้ก็กลั้นหายใจหมีก็ดมดูไม่เห็นหายใจนึกว่าตายแล้ว จึงเดินจากไปเมื่อหมีเดินจากไป ชายคนแรกก็ปีนลงมาจากต้นไม้ แล้วถามเพื่อนว่าเมื่อกี้ เจ้าหมีมันพูดอะไรกับเจ้าเหรอ
หมีมันบอกข้าว่า
"เจ้าอย่าคบเลยกับเพื่อนที่หนีเอาตัวรอด แล้วทิ้งเจ้าในยามที่คับขัน"

สมองนักการเมือง



A man went to a hospital for a new brain.He was given a choice between two brains-an engineer's for $20,000 or a politician's for $500,000

"Does that mean the politician's brain is mush better?" asked the man
"Not exactly,"said the doctor. " The politician's brain has never been used.
"

ชายคนหนึ่งไปที่โรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดเปลี่ยนสมองแพทย์ ก็ได้เสนอให้เลือกระหว่างสมอง วิศวกร ซื่งมีราคา 20,000 เหรียญ และของ นักการเมือง ซึ่งมีราคา 500,000 เหรียญชายคนนี้ก็เลยถามว่า "แสดงว่าสมองนักการเมืองดีกว่าหน่ะซิ"แพทย์ตอบว่า "ก็ไม่เชิงหรอกครับ คือ สมองนักการเมืองมันไม่เคยได้ใช้งานเลย"

ผมไล่คุณออก



Boss : you're fired!.
Employee : But I haven't done anythaing.
Boss : That's why you just lost your job.
นายจ้าง : คุณถูกไล่ ออก
ลูกจ้าง : แต่ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะ
นายจ้าง : นั่นแหล่ะ สาเหตุที่คุณ ถูกไล่ออกล่ะ

จ๋อยยยยย

ลูกน้องจอมลา



Excuse Me,Would it be possible to speak to Mr John?
Who is speaking? Ask Mr John boss.
This is his grandfather.
Well, I am afraid Mr John is not in the office today.
Why?
Becuase he has gone to your feneral!
ขอโทษครับ ผมขอพูดสายกับคุณ จอร์น หน่อยครับ
นั่นใครพูดอยู่ครับ (เจ้านายของนายจอร์น ถาม)
อ๋อ ผม ปู่ของจอร์นครับ
เอ่อ ตอนนี้ คุณจอร์นไม่ได้อยู่ที่ ออฟฟิศ นะครับ
อ้าวทำไมล่ะครับ
เขาลาไปงานศพคุณอยู่อ่ะครับ

Poor young girl



A younger girl adjusted less llogically to the rigors of arithmetic. She refused to go back to school the third day because, "Yesterday they told me that 2+2 equals 4 and today it's 3+1"

เด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ดูเหมือนว่าจะปรับตัวเข้ากับความยุ่งยากของวิชา คณิตศาสตร์ ไม่ได้ จึงได้ปฏิเสธที่จะไปโรงเรียนในวันที่ 3 ด้วยเหตุผลที่ว่า" เมื่อวานเขาสอนหนูว่า 2+2 เท่ากับ 4 แต่มาวันนี้กลับคำเป็น 3+1"